ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

แผลกดทับ

แผลกดทับจะเกิดขึ้นในรายที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส หรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่น ในเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง กระดูกสันหลังบริเวณต้นคอ หรือบริเวณหลังต่ำกว่าคอ ก็จะทำให้สมองไม่สามารถส่งกระแสประสาทไปสั่งการให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างปกติ หรือในรายของผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ในรายที่เกิดอุบัติเหตุกระดูกหักต้องดึงขา หรือใส่เฝือกอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ ในรายหลังผ่าตัด หรือพูดอย่างเข้าใจง่าย ๆ คือจะเกิดในผู้ที่ไม่สามารถขยับตัว หรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ป่วยที่เสียการรับรู้ความรู้สึก

 

มีแพทย์หลายท่านที่มีความสนใจในเรื่องของการเกิดแผลกดทับ ซึ่งการเกิดแผลกดทับสร้างความยากลำบากให้แพทย์ หรือผู้ที่ดูแลผู้ป่วยมาเป็นเวลานานกว่า 400 ปีแล้ว ทำให้เรารู้ได้ว่าแผลกดทับเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข

 

แล้วแผลกดทับเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยปกติแล้วเส้นเลือดจะมีแรงดันของหลอดเลือดฝอยเหมือนท่อน้ำประปา ถ้ามีอะไรพับไว้น้ำก็จะไหลได้เพียงเล็กน้อย ลักษณะเดียวกันกับเส้นเลือดเมื่อถูกทับจนเลือดไม่สามารถไหลมาเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ จะทำให้บริเวณที่ถูกกดทับมีการตายของเนื้อเยื่อซึ่งแรงกดมากกว่า 20 มิลลิเมตรปรอทเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมง ทำให้เกิดแผลกดทับในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อมากจะทนต่อแรงกดทับได้ดีกรณีของแรงกดที่มากแม้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อได้เท่ากับแรงกดบ่อย ๆ แต่เป็นระยะเวลานาน

 

ขณะที่มีการนอนบนเตียง หรือนั่งบนรถเข็นก็จะต้องมีการเคลื่อนไหวตัวของคนไข้ ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวเพื่อเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือทำความสะอาด เพราะผู้ป่วยต้องมีการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือแม้แต่การอาบน้ำ การลุกจากรถเข็นมานั่งบนเตียง เป็นธรรมดาที่จะต้องมีการเสียดสีกับที่นอน หรือที่นั่ง ซึ่งการเสียดสี หรือการไถไปกับพื้น (ที่นอน, รถเข็น ฯลฯ) การไถ หรือถู ทำให้เกิดแรงกระทำโดยตรงต่อชั้นหนังกำพร้าจะทำให้เกิดการปริแตกของเนื้อเยื่อได้เร็วขึ้น

 

ในสภาพอากาศในเมืองไทยที่ทุกท่านคงทราบ โดยเฉพาะกรุงเทพฯที่เกือบจะมีแต่หน้าร้อนกับหน้าฝน ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนนี้จะทำให้เกิดขบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ ทำให้เซลล์ขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตายได้ในภาวะที่ร้อนขึ้น 1 องศาเซลเซียส คุณรู้ไหมว่าเมตาบอลิซึ่มของร่างกายเราจะเพิ่มมากขึ้นถึง 10% ทีเดียว รถเข็นที่คนไข้ใช้นั่งนั้นทำให้เกิดการเพิ่มของอุณหภูมิบริเวณกระดูกที่ก้นที่เราใช้ลงน้ำหนักเวลานั่ง หรือบริเวณต้นขามีอุณหภูมิมากได้ตั้งแต่ 0-10 องศาเซลเซียส

 

ท่านจะเห็นว่าผู้สูงอายุจะมีการเคลื่อนไหวช้า และน้อยลงไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน การทานอาหารน้อยลง บางท่านก็มีโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ทำให้การเสริมสร้างเนื้อเยื่อน้อยลง ซึ่งเราจะพบว่าผู้ที่มีวัยสูงขึ้นเรื่อย ๆ เวลาเป็นแผลจะหายช้ามาก นอกจากนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังในผู้สูงอายุก็มีน้อย ซึ่งเราจะพบว่าในวัยที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังจะลดลง ถ้าอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปแล้วพบว่าเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังจะมีการลดลงอย่างรวดเร็ว ถ้าในรายที่มีการรับประทานอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะพวกแคลเซียมไนโตรเจนก็จะยิ่งทำให้แผลหายช้าขึ้นไปอีก