ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

การจัดแบ่งระดับความดันโลหิต

*ค่าความดันโลหิตที่วัดได้ จากเครื่องวัดความดันมี 2 ค่า หรือที่ทั่วไปเรียกว่า ค่าความดันโลหิตบน และล่าง ตัวอย่างค่าความดัน 120/90 อ่านได้ว่า ค่าความดันโลหิตบนเท่ากับ 120 mmHg.(มิลลิเมตรปรอท) ค่าความดันโลหิตล่างเท่ากับ 90 mmHg.

*ค่าความดันโลหิตบน เป็นค่าความดันที่วัดจากการบีบตัวของหัวใจ ส่วนค่าความดันโลหิตล่างเป็นค่าที่วัดจากการคลายตัวของหัวใจ

*ค่าความดันโลหิตตัวบน ปกติไม่ควรจะเกิน 120 mmHg.

*กรณีความดันโลหิตตัวบน 120-139 mmHg. แสดงถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง

*กรณีความดันโลหิตตัวบน 140-159 mmHg. แสดงถึงภาวะความดันโลหิตสูงขั้นที่ 1

*กรณีความดันโลหิตตัวบน 160 mmHg. หรือมากกว่าแสดงถึงภาวะความดันโลหิตสูงขั้นที่ 2

*สำหรับค่าความดันโลหิตตัวล่างไม่ควรจะเกิน 80 mmHg.

*กรณีความดันโลหิตตัวล่าง 80-89 mmHg. แสดงถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง

*กรณีความดันโลหิตตัวล่าง 140-159 mmHg. แสดงถึงภาวะความดันโลหิตสูงขั้นที่ 1

*กรณีความดันโลหิตตัวล่าง 100 mmHg. หรือมากกว่าแสดงถึงภาวะความดันโลหิตสูงขั้นที่ 2

 

แนะนำในการวัดความดันโลหิต

1.  ไม่วัดความดันทันที หลังอาหารมื้อหลัก ควรห่างอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2.  ไม่ควรสูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกฮอล์ก่อนทำการวัด

3.  ขณะวัดไม่ควรเหนื่อย หรือหมดแรง หรือมีอารมณ์เครียด เศร้า

4.  วัดในท่านั่ง วางแขน และข้อศอกบนโต๊ะ จัดระดับให้ผ้าพันต้นแขน หรือผ้าพันข้อมืออยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ

 

ปัจจัยที่มีผลต่อความดันโลหิต

1.  อายุ ทารกแรกเกิดจะมีความดันซิสตอลลิด เฉลี่ย 78 mm.Hg ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นตามอายุ และเริ่มสูงจนปกติในวัยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ความดันโลหิตเฉลี่ย 120/80 mm.Hg.